คราวที่แล้วได้เกริ่นเรื่องผลกระทบต่อการเป็นอาเซียนที่มีต่อประเทศไทย คราวนี้มาพูดเรื่องใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด นั่นคือระดับการศึกษาของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ขอขอบคุณดร.ดิเรก พรสีมา ประธานกรรมการคุรุสภา ที่นำตัวอย่างจากข้อมูลของ UN ที่หลายๆ สไลด์ทำให้เราต้องอึ้ง ทึ่ง แต่ไม่เสียว เพราะมันคือความจริง
192 คือจำนวนประเทศสมาชิกใน UN บ้างเป็นประเทศเล็ก บ้างเป็นประเทศใหญ่ บ้างร่ำรวย บ้างยากจน บ้างก็มีเนื้อที่มหาศาล บ้างมีพื้นที่เท่าหยิบมือ
20 ของโลก เป็นอันดับประชากรของประเทศไทย (อันดับหนึ่งคือจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย บราซิล ปากีสถาน ไนจีเรีย บังคลาเทศ ไล่ตามลำดับ) ข้อสังเกตคือ ยุโรปมีประชากรลดลง
50 ของโลก เป็นอันดับของพื้นที่ของประเทศไทย
93 ของโลก เป็นอันดับรายได้เฉลี่ยของประเทศไทย
บางประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างสิงคโปร์หรือเกาหลีใต้มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์น้อยมาก ทำให้ไม่สามารถมีผลผลิตทางการเกษตรหรืออุตสาหกรรมหลัก สิ่งที่สิงคโปร์ทำได้และทำได้ดีคือการเงิน ส่วนเกาหลีใต้ก็เก่งในเรื่องการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในทางตรงข้ามบางประเทศที่มีปริมาณพื้นที่ใหญ่โต อย่างลาวหรือพม่า ก็เหมาะแก่การทำการเกษตร
ทำอย่างไรสมรรถนะและทักษะในการประกอบอาชีพของคนไทยจะสูงขึ้น
ปี 2010 ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยโดยดูจากภาพรวมของทั้งประเทศอยู่ที่อันดับที่ 26 และมีคุณภาพทางการศึกษาเป็นอันดับที่ 47
คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทยน่าตกใจมาก นั่นคือ ไม่มีวิชาใดๆ เลย (เช่น ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฯลฯ) ที่ได้คะแนนเกิน 50% ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ มีแนวโน้มที่คะแนนของทุกวิชาจะต่ำลงๆ ทุกๆ ปีอย่างสม่ำเสมอ (ขอโน้ตว่าการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษานี้ หรือที่เรียกว่า PISA หรือ TIMSS นี้ ประเทศลาว พม่า และเวียดนามไม่ได้เข้าร่วม)
จากข้อมูลของ UN ประเทศที่ยากจนอย่างล้นเหลือ เช่น แทนซาเนีย ซิมบับเว บูรันดี เป็นต้น สาเหตุของความยากจนก็คือ การกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียม การคอร์รัปชั่น การเป็นโรคเอดส์ และการไม่รู้หนังสือหรือไม่มีการศึกษา (Illiterate)
การศึกษาไทยจะเป็นอย่างไร จะผลิตบัณฑิตให้คิดเป็นทำเป็นได้อย่างไร
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด Programmed for International Student Assessment (PISA) คลิก www.oecd.org และ Trends in International Mathematics and Science Study (TIMSS)คลิกที่ http://nces.ed.gov/timss/
ปัญหาและข้อจำกัดทิศทางการศึกษาไทย
โดย ดร.พรชัย ด่านวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมอาเซียน
มีอยู่ 6 ด้านด้วยกัน คือ
การบริหารจัดการและงบประมาณ การพัฒนาครูสำคัญเท่าๆ กับการพัฒนานักเรียน เราต้องให้ความรู้เรื่องอาเซียนกับเด็กนักเรียนด้วย โดยอาจจะเริ่มตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงมัธยม ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างและการหล่อหลอมความแตกต่างนั้น แต่ประเทศไทยก็ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะลงทุนพัฒนาให้เกิดความรู้ดังกล่าว
ประชาชนยังขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องการเป็นสมาชิกอาเซียน จึงทำให้พวกเขาไม่ให้ความสำคัญ
การจัดการศึกษา ต้องปรับมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยไทยไปสู่มหาลัยระดับโลก ยกมาตรฐานให้สูงกว่าเดิม พร้อมกับต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เพราะมันคือข้อเท็จจริง เราไม่ควรใช้ประวัติศาสตร์เพื่อสร้างกระแส ยกตัวอย่างประเทศเยอรมันในอดีตที่เคยโจมตีประเทศอื่นๆ แต่ปัจจุบันนี้กลับเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาคมยุโรปให้พัฒนาก้าวไกล
ภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากภาษาอังกฤษที่มีความสำคัญแล้ว ไม่ควรลืมภาษาของเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า “The world is flat.” นั่นคือ ปัจจุบันนี้ทุกคนอยู่ในระนาบเดียวกัน สามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ต ประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ต้องทำให้คนไทยนอกจากจะอ่านออกเขียน (ภาษาอังกฤษ) ได้แล้ว ยังต้องสื่อสารกับชาวบ้านรู้เรื่องด้วย
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษา การดำรงชีวิต จะหล่อหลอมอย่างไรให้เป็น Unity in Diversity
การเคลื่อนย้ายแรงงาน ปัจจุบันนี้พบเห็นแรงงานต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ เช่น หนุ่มวิศวกรชาวอินเดีย ในตลาดแรงงานไทยมากขึ้น แล้วเด็กไทยล่ะ เดินถือใบปริญญาบัตรจากเมืองไทยไปสมัครงานที่ประเทศอื่นได้ไหม นายจ้างเห็นแล้วไล่ตะเพิดหรือว่าอ้าแขนรับแบบไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ ดร.พรชัยยังได้เน้นย้ำเรื่องของความเป็นไทย (Thainess) ที่ต้องส่งเสริมให้เกิดขึ้น เราอาจจะชอบดูหนังเกาหลี ติดซีรี่ญี่ปุ่น ลุ้นไปกับ America’s Got Talent แต่ก็ต้องไม่ลืมเอกลักษณ์ของความเป็นไทย หรือให้ดียิ่งขึ้น เราก็สามารถเป็นตัวแทนของอาเซียนได้ด้วย อย่างที่ชาวยุโรปเมื่อต้องเดินทางเข้าประเทศก็สามารถไปยืนต่อคิวที่ EU Lane ได้เลย (พวกที่ไม่ใช่ ก็ต้องไปยืนขาแข็งที่ Non-EU Lane)
ขอเสริมอีกนิดว่า เราอยากเห็นบัณฑิตไทยมีลักษณะอย่างไรในอนาคต ลองดูประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาลี ที่เน้นเรื่อง Competency และ Innovation โดยให้นักเรียนคิดสร้างสรรค์โครงงานตั้งแต่ยังเด็ก ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และคิดแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยมีครูคอยแนะนำและสนับสนุน นอกจากเรื่องการศึกษาแล้ว ยังต้องพัฒนาคุณภาพประชากรในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น คุณธรรมจริยธรรม วินัย และการใช้สิทธิเสรีภาพ เป็นต้น
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแก้ไขไม่ได้ แต่ในอนาคตเราสร้างให้เกิดขึ้นได้ คนไทยพร้อมหรือยัง ที่จะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ไปด้วยกัน
View This Poll
อ.พลอย ศรีสุโร
ploy@eau.ac.th